เมื่อโกรธจัดอย่าเพิ่งตอบข้อความใคร ลองฝึกใช้สติและสมาธิดู


เมื่อโกรธจัด... อย่าเพิ่งตอบข้อความใคร
เมื่อดีใจ... อย่าเพิ่งให้สัญญา
เมื่อเศร้าหนักหนา... อย่าเพิ่งตัดสินใจ
- เล่าจื๊อ -

จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีการสื่อสาร ล้วนก่อความเครียดให้ประชาชนได้ง่าย การคลายเครียดมีหลายวิธีที่ได้ผล เช่น การออกกำลังกาย แต่ประชาชนบางคนอาจไม่สะดวก หรือมีข้อจำกัดต่างๆ

ดังนั้นเราควรใช้วิธีการฝึกทำสมาธิ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด มีรูปแบบที่ง่าย สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัด สามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ ผู้ที่กำลังนอนป่วยก็ทำได้ หลักสำคัญของการทำสมาธิ คือ การเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว วิธีที่แนะนำ คือ การนับลมหายใจของตัวเองเป็นหลัก และยุติการคิดเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ ปลอดความคิดฟุ้งซ่าน ความกังวล เศร้า โกรธ ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียด

วิธีการฝึกสมาธิโดยการนับลมหายใจมีเพียง 3 ขั้นง่ายๆ ดังนี้ 

1. ให้นั่งหรือนอน แล้วหลับตา เพื่อตัดสิ่งรบกวนทั้งหมด หายใจเข้า-ออกช้าๆ พร้อมนับลมหายใจเข้า-ออก คือ ลมหายใจเข้านับ 1 หายใจออกก็นับ 1,หายใจเข้านับ 2 หายใจออกก็นับ 2 นับไปเรื่อยๆ ลักษณะเดียวกันจนถึง 5 แล้วให้เริ่มนับ 1 ใหม่ นับไปจนถึง 6 แล้วกลับมาเริ่มนับ 1 ใหม่ และเพิ่มจำนวนไปถึง 10 เมื่อครบ 10 ถือเป็น 1 รอบ แล้วจึงเริ่มนับ 1 ใหม่ ไปจนถึง 10 และทำซ้ำๆ กัน จนใจสงบและนิ่งขึ้น โดยผู้ที่เริ่มฝึกครั้งแรก อาจจะนับเลขผิดพลาดได้ เนื่องจากอาจยังไม่มีสมาธิพอหรืออาจจะมีความคิดอื่นๆ ผุดขึ้นมาระหว่างนับลมหายใจ ไม่ต้องกังวลใจ ขอให้พยายามตั้งสติใหม่ ประการสำคัญเมื่อมีความคิดแทรกขึ้นมา ขอให้รับรู้และปล่อยไป ไม่เก็บมาคิดต่อ สมาธิจะดีขึ้น

2.เมื่อใจสงบมากขึ้นแล้ว ให้เริ่มนับลมหายใจเข้า-ออกเร็วขึ้นไปอีก และต่อเนื่องกัน คือหายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 2 หายใจเข้านับ 3 หายใจออกนับ 4 ไปจนถึง 10 และขั้นที่ 3 หากนับลมหายใจเข้า-ออกได้เร็วและไม่ผิดพลาด แสดงว่าจิตใจสงบมากแล้ว 

3.ให้ใช้สติมารับรู้รับลมหายใจเข้า-ออก เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องนับเลข และไม่คิดเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่เรื่องสงบเท่านั้น

“หากเราฝึกสมาธิเป็นประจำ โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็นหรือก่อนนอน จะทำให้จิตใจเราสงบ เบิกบาน อารมณ์เย็น สมองแจ่มใส หายเครียด จนตัวเองและคนใกล้ชิดรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งการฝึกสมาธิได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก มีงานวิจัยยืนยันตรงกันว่ามีผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ช่วยทำให้จิตสงบ โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ระบบประสาทสมองทำงานเป็นระเบียบ การทำงานของอวัยวะมีประสิทธิภาพดีขึ้น สามารถป้องกันการเกิดโรคที่มีความสัมพันธ์กับความเครียด ได้อย่างน้อย 6 โรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยความเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารทุกข์ คือ อดรีนาลิน (Adrenalin) ทำให้หลอดเลือดตีบตัว มีผลทำให้หัวใจต้องเต้นเร็วและแรงขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่าภาวะจิตใจที่เครียดเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ถึง 1 ใน 3”

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า